การพัฒนาผลงานสู่การประกวด

การพัฒนาผลงานสู่การประกวด

        การพัฒนาผลงานสู่การประกวดเป็นการนำเสนอผลงานจากการทำโครงงานออกสู่สังคมภายนอก การประกวดถือเป็นเวทีของผู้ที่นำเสนอแนวคิดและการสร้างสรรค์ผลงาน ในการส่งผลงานเข้าประกวด ต้องศึกษาทำความเข้าใจข้อกำหนด ระเบียบการ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ในการส่งผลงานเข้าประกวดควรปฏิบัติดังนี้

  1. ศึกษารายละเอียดและข้อกำหนดต่าง ๆ ให้เข้าใจ
  2. วางแผนร่วมกับคณะทำงาน และขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาโครงงาน
  3. จัดทำข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
  4. จัดทำหรือปรับปรุงโครงงาน ให้ตรงตามวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของการประกวด
  5. ฝึกซ้อมการนำเสนอและตอบข้อซักถามของคณะกรรมการตัดสินการประกวด
  6. การดำเนินงานทุกขั้นตอนในการประกวดต้องคำนึงถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการตรงต่อเวลาเป็นสำคัญ

การนำเสนอผลงานเข้าประกวดนั้นมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นได้รับทราบถึงผลงานที่ได้เกิดการศึกษาค้นคว้า และความสามารถของคณะทำงาน ทั้งนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ส่งผลงานเข้าประกวดด้วยกัน ซึ่งรางวัลเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น คำติชมและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตัดสินการประกวด เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานให้คุณภาพและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

        ตัวอย่างหัวข้อโครงงานคอมพิวเตอร์ที่อาจนำไปสู่แนวคิดในการเลือกเรื่องเพื่อจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการเลือกหัวข้อเรื่องโครงงานขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้เรียน การตั้งชื่อเรื่องต้องให้มีความสัมพันธ์ กับเนื้อเรื่องและมีความเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างหัวข้อโครงงานต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ยกมาแสดงเพื่อให้เห็นขอบข่ายของเรื่องต่างๆ ที่ผู้เรียนสามารถคิดทำโครงงานได้

1. โครงงานประเภทสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media Development)

  1. สารานุกรมไทยฉบับมัลติมีเดีย
  2. สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
  3. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  4. โปรแกรมช่วยสอนการถ่ายภาพ
  5. 76 จังหวัดของไทย
  6. โปรแกรมช่วยสอนการทำงานของทรานซิสเตอร์
  7. คอมพิวเตอร์สอนพิมพ์ดีด
  8. ยาไทยและยาจีน
  9. สูตรขนมไทยอร่อยทั่วโลก

2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)

  1. โปรแกรมการค้นหาคำภาษาไทย
  2. โปรแกรมอ่านอักษรไทย
  3. โปรแกรมวาดภาพสามมิติ
  4. โปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล
  5. โปรแกรมบีบอัดข้อมูล
  6. โปรแกรมประมวลผลคำไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
  7. โปรแกรมการออกแบบผังงาน
  8. พอร์ตแบบขนานของไทย
  9. การส่งสัญญาณควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

3. โครงงานจำลองทฤษฎี (Theory Simulation)

  1. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเลี้ยงปลานิลด้วยคอมพิวเตอร์
  2. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเพาะปลูกแก้วมังกรด้วยคอมพิวเตอร์
  3. การทำนายอุณหภูมิจากข้อมูลที่ผ่านมา
  4. การทดลองผสมสารเคมีต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์
  5. ปัจจัยต่างๆ กับการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน
  6. ผลการปลูกข้าวในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน
  7. การเปรียบเทียบเทคนิคของการย่อขนาดแฟ้มข้อมูล
  8. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงพูดเบื้องต้น
  9. โปรแกรมจำลองการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

4. โครงงานประยุกต์ใช้งาน (Application)

  1. ระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนของโรงเรียน
  2. ระบบจัดการข้อมูลการเงินส่วนบุคคล
  3. ระบบจองตั๋วรถไฟบนอินเทอร์เน็ต
  4. ระบบแนะนำเส้นทางเดินรถประจำทาง
  5. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงสำหรับคนตาบอดบนรถประจำทาง
  6. โปรแกรมออกและตรวจข้อสอบ
  7. เว็บไซต์ส่วนบุคคล
  8. โปรแกรมช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  9. โปรแกรมพจนานุกรมไทย-อังกฤษ

5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)

  1. เกมอักษรเขาวงกต
  2. เกมเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  3. เกมผจญภัยกับภาษาอังกฤษ
  4. เกมหมากฮอส
  5. เกมบวกลบเลขแสนสนุก
  6. เกมอักษรไขว้
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงาน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงาน

        โครงงานเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้เลือกศึกษาค้นหาความรู้ ฝึกทักษะ เกิดประสบการณ์ โดยเลือกทำตามความถนัดและความสนใจ หากโครงงานอยู่ในรายวิชา หรือกลุ่มสาระใด ก็จะเรียกว่าโครงงานวิชานั้น ๆ เช่น โครงงานคณิตศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานภาษาไทย โครงงานอาชีพ เป็นต้น

ความหมายของโครงงาน

        โครงงาน คือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ตามความสามารถและความถนัด ความสนใจ เป็นการแก้ปัญหาหรือสร้างผลงาน ชิ้นงาน ที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใด ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานวิจัยเล็ก ๆ สำหรับนักเรียนในการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคำตอบโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากเนื้อหาหรือข้อสงสัยเป็นไปตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด จะเรียกว่าโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ

ภาพที่ 1.1  ตัวอย่างผลงานโครงงานคณิตศาสตร์
ที่มา : http://www.sahavicha.com

 

ภาพที่ 1.2  ตัวอย่างผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์
ที่มา : http://www.obec.go.th

 

ภาพที่ 1.3  ตัวอย่างโครงงานภาษาไทย
ที่มา : http://kruwaw.thairath12.net

 

หลักการทำโครงงาน

  1. เน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจของนักเรียน
  2. นักเรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
  3. นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
  4. นักเรียนนำเสนอโครงงานด้วยตนเอง
  5. นักเรียนร่วมกันกำหนดแนวทางในการวัดผล และประเมินผล

วัตถุประสงค์ในการทำโครงงาน

  1. เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
  2. เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์
  3. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน
  4. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยให้เห็นคุณค่าของการทำงานได้ในที่สุด
  5. เพื่อให้นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบ
  6. เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถในการวางแผน และดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย
  7. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความคิดสร้างสรรค์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. เพื่อให้นักเรียนรู้จักคิด และประเมินผลงานของตนเอง

ประเภทของโครงงาน

        โครงงานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

    1. โครงงานตามสาระการเรียนรู้ เป็นการบูรณาการร่วมกับการเรียนรู้ ทักษะและเป็นพื้นฐานในการกำหนดโครงงานและปฏิบัติ
    2. โครงงานตามความสนใจ เป็นโครงงานที่ผู้เรียนกำหนดขั้นตอน ความถนัด ความสนใจ ความต้องการ โดยใช้ทักษะความรู้จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ มาบูรณาการเป็นโครงงานและปฏิบัติ สามารถแบ่งได้ 4 รูปแบบตามวัตถุประสงค์ ดังนี้
2.1 โครงงานที่เป็นการสำรวจและรวบรวมข้อมูล
2.2 โครงงานที่เป็นการศึกษาค้นคว้า ทดลอง
2.3 โครงงานที่เป็นการศึกษาทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ ๆ
2.4 โครงงานที่เป็นการสร้าง ประดิษฐ์ คิดค้น
ข้อความ | Posted on by | ใส่ความเห็น

โครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์

 

ภาพที่ 1.4  การนำเสนอและแสดงโครงงานคอมพิวเตอร์
ที่มา : http://www.krujongrak.com

โครงงานคอมพิวเตอร์ คือ กิจกรรมอิสระที่นักเรียนสามารถเลือกศึกษาตามความสนใจ โดยใช้ทักษะตลอดจนประสบการณ์ของนักเรียนด้านคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ นักเรียนจะต้องวางแผนดำเนินงานศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมที่จัดว่าเป็นโครงงานควรมีองค์ประกอบหลักดังนี้

  1. เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มและเลือกเรื่องที่จะศึกษา ค้นคว้า พัฒนา
  3. เก็บรวบรวม หรือประดิษฐ์คิดค้นด้วยตนเองตามความสนใจ และระดับความรู้ ความสามารถ
  4. นักเรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษา สรุป และเสนอผลการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูผู้สอนเป็นที่ปรึกษา

โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นงานวิจัยในระดับนักเรียน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในการศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริง หรือใช้เพื่อช่วยสร้างสื่อเพื่อเสริมการเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ และฝึกฝนการใช้ทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการพัฒนาการสร้างผลงานจริงอีกด้วย

การจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์นั้น นักเรียนควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น และการแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเริ่มโครงงาน และใช้ความรู้ดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่ในโครงงานคอมพิวเตอร์ โดยในการทำโครงงานนักเรียนอาจมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับความรู้ใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ฐานข้อมูล (Database) และการสืบค้นข้อมูล (Information Retrieval) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหัวข้อที่นักเรียนเลือกทำโครงงาน

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม | ใส่ความเห็น

จุดมุ่งหมายและคุณค่าในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

จุดมุ่งหมายและคุณค่าในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

        จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่ที่การส่งประกวดเพื่อรับรางวัล แต่เป็นโอกาสที่นักเรียนจะได้ประสบการณ์ตรงในการใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ตลอดจนแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจในชุมชนทราบเมื่อมีการจัดกิจกรรมของโรงเรียนหรือหน่วยงานอื่น ๆ

ภาพที่ 1.5  การดำเนินกิจกรรมโครงงาน
ที่มา : http://www.thaigoodview.com

 

การทำโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึกฝนให้นักเรียนมีความรู้ ความชำนาญ และมีความมั่นใจในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้

  1. สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง
  2. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
  3. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้ในเรื่องที่นักเรียนสนใจได้ลึกซึ้งกว่าการเรียนในห้องเรียนปกติ
  4. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ รวมทั้งการสื่อสารระหว่างกัน
  5. กระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพทางด้านนี้
  6. ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์
  7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ครู และชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้ชุนชนสนใจคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
  8. เป็นการบูรณาการความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับ มาจัดทำและผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นโครงงานเพื่อนำเสนอต่อชุมชน
โพสท์ใน คอมพิวเตอร์พื้นฐาน | ใส่ความเห็น

ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์

ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์

        โครงงานคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

        1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ใช้ประกอบการสอนวิชาต่าง ๆ จุดสำคัญอยู่ที่เนื้อหาน่าสนใจ และความสวยงามของส่วนติดต่อผู้ใช้ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปทำความเข้าใจได้ยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เช่น บทเรียนสำเร็จรูป

ภาพที่ 1.6  ตัวอย่างโครงงานประเภทพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ที่มา :

        2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมมองต่าง ๆ สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้ใช้ในการพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปโดยง่าย ส่วนซอฟต์แวร์การวาดรูป พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้การวาดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมมองต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่นโปรแกรมประเภท 3D

ภาพที่ 1.7  ตัวอย่างโครงงานประเภทพัฒนาเครื่องมือ
ที่มา :

        3. โครงงานการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลอง การทดลองสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ศึกษา แล้วเสนอเป็นความคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทำโครงงานประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของสัตว์ ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ

ภาพที่ 1.8  ตัวอย่างโครงงานประเภทจำลองทฤษฎี
ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th

        4. โครงงานการประยุกต์ใช้งาน เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้ต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นจะต้องมีการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์ แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีการทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย

ภาพที่ 1.9  ตัวอย่างโครงงานการประยุกต์ใช้งาน
ที่มา :http://1.bp.blogspot.com

        5. โครงงานพัฒนาเกม โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ หรือเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่เน้นความรุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงการประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจแก่ผู้เล่นพร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนำมาปรับปรุง หรือพัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็นเกมที่แปลกใหม่ น่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ เช่น เกมคอมพิวเตอร์

ภาพที่ 1.10  ตัวอย่างโครงงานประเภทพัฒนาเกม
ที่มา:
โพสท์ใน คอมพิวเตอร์พื้นฐาน | ใส่ความเห็น

วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

        1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจจะทำ โดยทั่วไปเรื่องที่จะมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์มักได้จากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้

ภาพที่ 1.11  องค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
ที่มา : http://3.bp.blogspot.com
1.1 ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
1.2 สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
1.3 มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
1.4 มีเวลาเพียงพอ
1.5 มีงบประมาณเพียงพอ
1.6 มีความปลอดภัย

        2. ศึกษาค้นคว้าและวางแผน การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษา จนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้

        3. จัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ ดังนี้

3.1  ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิงและรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
3.2  วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการที่จะพัฒนา
3.3  ออกแบบการพัฒนา มีการกำหนดลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปลภาษา โปรแกรม และวัสดุต่าง ๆ ที่ต้องใช้
3.4  กำหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทำเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทำโครงงานและสรุปรายงานโครงงาน โดยกำหนดช่วงเวลาอย่างกว้าง ๆ
3.5  ทำการพัฒนาโครงงานขั้นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทำการพัฒนาส่วนย่อย ๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นำผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการทดลองที่ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
3.6  เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การวางแผนและดำเนินการทำโครงงานเป็นไปอย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
แบบฟอร์มเขียนข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)..………………………………………………………………………………………………………………………….
ประเภทของโครงงาน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ชื่อผู้ทำโครงงาน
     1…………………………………………………………………………………….………………เลขที่ ………………… ชั้น ………………………..
     2……………………………………………………………………………………………………เลขที่ ………………… ชั้น ………………………..
ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ชื่อที่ปรึกษาโครงงานร่วม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ระยะเวลาดำเนินงาน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
 รายละเอียดเกี่ยวกับโครงงาน
 1. ที่มา และความสำคัญของโครงงาน (อธิบายถึงแนวคิดและเหตุผลของการทำโครงงาน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
 2. วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทำโครงงาน ระบุเป็นข้อ ๆ )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 3. ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจำกัดของโครงงาน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 4. หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทำโครงงาน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 5. วิธีการดำเนินงาน (กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ งบประมาณ และขั้นตอนการปฏิบัติงาน)
     แนวทางการดำเนินงาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
     เครื่องมือและอุปกรณ์……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
     งบประมาณ…………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ภาคเรียนที่ …………….ปีการศึกษา ………………

ที่ กิจกรรม / รายการที่ปฏิบัติ ระยะเวลาดำเนินการ (เดือน) ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ


 6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทำโครงงาน)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 7. แหล่งอ้างอิง (เอกสารหรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการทำโครงงาน)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

        4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว  ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ เช่น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจน แล้วจึงดำเนินการทำโครงงาน ขณะเดียวกันต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาโครงงานเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้น ทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และเกิดประสิทธิภาพตามขั้นตอนต่อไปนี้

    4.1 การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่น ๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมและควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับบันทึกการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างการทำโครงงาน ได้แก่ การดำเนินการอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่าง ๆ ที่พบ
    4.2 การลงมือพัฒนา เป็นการปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้ในเค้าโครง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ หากพบว่าจะช่วยให้ผลงานพัฒนาได้ดีขึ้น โดยจัดระบบการทำงาน  ทำส่วนที่เป็นหลักสำคัญให้เสร็จก่อน จึงค่อยทำส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริม เพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทำ ให้มีการตกลงรายละเอียดในการเชื่อมต่อชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย รวมทั้งต้องพัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน
    4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้น ทำงานได้ถูกต้องตรงตามความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ
    4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำข้อสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัด ครอบคลุมหัวข้อโครงงาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงานและอภิปรายผล เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนำไปหาความสัมพันธ์กับ หลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้รวมไปถึงหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลได้
    4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมื่อทำโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สำคัญหรือปัญหาซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะ สำหรับผู้ที่สนใจจะนำไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

        5. เขียนรายงานและจัดทำคู่มือการใช้ การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา และส่วนสุดท้ายเป็นคู่มือการใช้งานโครงงาน ซึ่งประกอบด้วย

หัวข้อในการเขียนรายงาน โครงงานคอมพิวเตอร์
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)………………………………………………………………………………………………………………………………..
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)..………………………………………………………………………………………………………………………….
ประเภทของโครงงาน…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ชื่อผู้ทำโครงงาน
     1……………………………………………………………..…………………………เลขที่ ………………… ชั้น ………………………..
     2…………………………………………………………..……………………………เลขที่ ………………… ชั้น ………………………..
ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ชื่อที่ปรึกษาโครงงานร่วม……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กิตติกรรมประกาศ. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
บทคัดย่อ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
บทที่ 1 บทนำ
     ที่มาและความสำคัญของโครงงาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………..
     วัตถุประสงค์………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
     ขอบเขตของโครงงาน…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
บทที่ 2 หลักการและทฤษฎี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
บทที่ 3 วิธีดำเนินการ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
บทที่ 4 ผลการศึกษา…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
บรรณานุกรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คู่มือการใช้งาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ส่วนแรกของรายงานจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงาน โดยส่วนใหญ่ได้เขียนไว้ในข้อเสนอโครงงานบ้างแล้ว ยกเว้น กิตติกรรมประกาศ ซึ่งเป็นคำกล่าวขอบคุณบุคลากรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยให้การทำโครงงานสำเร็จ อีกส่วนหนึ่งคือ บทคัดย่อ ซึ่งเป็นการอธิบายโดยสรุปให้เห็นถึงผลการศึกษาที่ได้จากการทำโครงงาน โดยเขียนเป็นความเรียง

บทที่ 1 บทนำ เป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานโดยได้เขียนไว้แล้วในข้อเสนอโครงงานซึ่งประกอบด้วย ที่มาและความสำคัญของโครงงาน วัตถุประสงค์ ขอบเขตของโครงงาน

บทที่ 2 หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูล หลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่น ที่ผู้จัดทำโครงงานนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย

   บทที่ 3 วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด ระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบ วิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำโครงงาน

  บทที่ 4 ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นรูปภาพ ตาราง กราฟ ข้อความ ทั้งนี้ต้องการสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย

บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ การสรุปผลการดำเนินงาน เป็นการอธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำโครงงาน ถ้ามีการตั้งสมมุติฐานควรระบุถึงข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมุติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ การนำผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงานหรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงานนี้ และควรมีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงงานเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อื่นศึกษาค้นคว้าต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ควรกล่าวถึงประโยชน์ที่ผู้จัดทำและผู้ใช้จะได้ประโยชน์จากการทำโครงงานด้วย

  บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสารเอกสารและ /หรือเว็บไซต์ ที่ผู้จัดทำโครงงานใช้ศึกษา ค้นคว้ารายละเอียด ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำโครงงาน ทั้งนี้เขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย

  คู่มือการใช้งาน เป็นคู่มืออธิบายวิธีการใช้งานผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย ชื่อผลงาน คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะใช้กับผลงานนั้นได้ (ถ้ามี) รายละเอียดของคอมพิวเตอร์  ต้องมีรายชื่อซอฟต์แวร์   ผลงานนั้นทำหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลเข้า และส่งอะไรออกมาเป็นข้อมูลออก วิธีการใช้งาน ควรอธิบายขั้นตอนตามลำดับการทำงาน ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ข้อแนะนำการใช้งาน สามารถแยกออกจากรายงานหรือใส่ไว้ในภาคผนวกของรายงานก็ได้ แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้จัดทำ

         6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน โดยทั่วไปเมื่อโครงงานเสร็จสิ้นแล้ว ต้องมีการนำเสนอโครงงานให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานหรือครูที่ปรึกษาโครงงาน ดังนั้นควรเตรียมเอกสารนำเสนอให้สมบูรณ์ โดยอาจปรับย่อข้อความที่สำคัญมาจากการรายงานก็ได้ การนำเสนอในรูปแบบใดนั้นต้องเลือกให้เหมาะสมโดยพิจารณาวัตถุประสงค์ของงานนำเสนอ เช่น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ป้ายนิทรรศการ เอกสารรายงาน แผ่นพับ นอกจากนี้ยังต้องวางแผนในการนำเสนอและสาธิตโครงงาน และควรฝึกตอบคำถามที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

ภาพที่ 1.12  การนำเสนอและการแสดงโครงงาน
ที่มา : http://www.thaigoodview.com
6.1 ชื่อโครงงาน
6.2 ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
6.3 ชื่อที่ปรึกษา
6.4 คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
6.5 วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
6.6 การสาธิตผลงาน
6.7 ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน

     ถ้าเป็นการรายงานด้วยคำพูดต่อที่ประชุม ควรมีการเตรียมการในประเด็นต่อไปนี้

1)  จัดลำดับความคิดในการนำเสนออย่างมีระบบ และนำเสนออย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่ชัดเจนเข้าใจง่าย
2)  ทำความเข้าใจกับเรื่องที่จะอธิบาย รวมไปถึงการเตรียมข้อมูลที่อาจจะต้องใช้ในการตอบคำถาม
3)  หลีกเลี่ยงการอ่านรายงาน
4)  ควรมองไปยังผู้ฟังรายงาน
5)  ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา
6)  รายงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
7)  ควรใช้สื่อ เช่น สไลด์ แผ่นใส ประกอบการรายงาน
8)  ความเหมาะสมของเนื้อหาต่อผู้ฟัง
9)  ถ้าเป็นโครงงานพัฒนาผลงาน ผลงานนั้นควรอยู่ในสภาพที่ทำงานได้เป็นอย่างดี

        การทำโครงงานคอมพิวเตอร์ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้นำความรู้ทางคอมพิวเตอร์มาใช้แก้ปัญหา พัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะทำงานวิจัย และประกอบอาชีพทางคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นจึงน่าที่จะจัดให้การทำโครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมในทุกระดับชั้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์พื้นฐาน | ใส่ความเห็น